หน้าแรกเว็บไซต์ เว็บบอร์ด บทความ บทความ

 
     
วีรสตรีผู้กล้าแห่งเทวภูมิ -- หลินจิ้งเจวียน
 
วีรสตรีผู้กล้าแห่งเทวภูมิ -- หลินจิ้งเจวียน
เรื่องจริง ... ผลบุญของผู้ที่ยอมถูกไฟคลอกตาย เพื่อช่วยเด็ก


เธอพยายามช่วยเหลือชีวิตเด็กให้รอดพ้นจากกองเพลิง จนตัวเองต้องมาจบชีวิตลง พร้อมกับเด็กนักเรียนที่เหลืออีก 22 ชีวิต การเสียสละครั้งนี้มิได้สูญเปล่า ด้วยแรงปณิธาน เธอได้รับความเมตตาจากเบื้องบนให้ไปจุติ ณ เทวภูมิและได้รับสมญานามว่า...

"วีรสตรีผู้กล้าแห่งเทวภูมิ หลินจิ้งเจวียน"

หลินจิ้งเจวียน เป็นอาจารย์โรงเรียนอนุบาลเจวี่ยนคังเมืองไทเป ไต้หวัน เธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถโรงเรียน ที่นำเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลไปทัศนศึกษานอกสถานที่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2535 เวลา 11.45 น. เธอถูกไฟคลอกพร้อมเด็กนักเรียนอนุบาลจำนวน 22 ชีวิต

( 6 เดือนต่อมา...)

เรื่องราวก็ถูกเปิดเผยขึ้นอีกครั้ง โดยที่วิญญาณของเธอได้ยืมร่างสามคุณ ที่พุทธสถานเต๋อจง ประเทศไต้หวัน ขณะที่ทางพุทธสถานมีการบรรยายธรรมอยู่ เธอได้เล่าว่า..

" ท่านผู้ทรงคุณอย่าได้ตกใจ ฉันคือ อาจารย์โรงเรียนอนุบาลเจวี่ยนคัง ได้พานักเรียนพร้อมผู้ปกครองไปทัศนศึกษา แล้วเกิดอุบิตเหตุขึ้น ฉันคือ.... หลินจิ้งเจวี่ยน " 

" ท่านผู้ทรงคุณที่อยู่ในพุทธสถานแห่งนี้ ต้องเชื่อมหาธรรมชึ่งมีคุณค่ายิ่ง การที่ฉันได้มีบุญสัมพันธ์ลงมาปรากฏในวันนี้นั้น ก็เพราะเบื้องบนได้ทรงเมตตาประทานโอกาสมาให้ เพื่อเป็นการยืนยันถึงการโปรด 3 ภพ ในขณะนี้นั้นเป็นเรื่องจริง

" ยังไม่ลิขิตการเกิด แต่ได้ลิขิตการตายไว้แล้ว.... "

พวกเราได้ผ่านการหมุนเวียนเกิดตายมาแล้วไม่รู้กี่ครั้งได้สั่งสมบาปกรรมมาหลายชาติ กรรมที่ส่งให้มาเกิดในครอบครัวเดียวกันและกรรมร่วมกับผู้อื่นอีก ล้วนต้องรับการชำระหนี้กรรมในกัปสุดท้ายนี้แน่นอน โลกปัจจุบันทั่วทุกแห่งจึงวุ่นวายกันไปหมด ภายใต้การผูกรัดจากแรงกรรม เวไนยสัตว์จึงได้รับเคราะห์ภัยมากขึ้น ที่เมืองนรกมีผู้วายชนม์เข้ารายงานตัวไม่ขาดสาย


( เล่าประวัติของตนเอง)

ฉันเอง.. โชคดีในขณะที่มี่ชีวิต ก็ได้ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความระมัดระวัง ภายหลังจากจบการศึกษาจากวิทยาลัยครูในวิชาเอกอนุบาลศึกษา ก็ตั้งใจเข้าทำงานในโรงเรียนอนุบาล เพราะฉันเองเป็นคนรักเด็กๆ มาก ฉันจึงทำตัวเป็นเหมือนแม่ของพวกเด็กๆ คอยให้ความรัก คอยดูแลอย่างใกล้ชิด เหมือนอนุบาลเพาะหน่อกล้าที่ยังอ่อนอยู่ เพื่อให้พวกเขาค่อยๆ เติบโตขึ้น

ฉันได้รับหน้าที่เป็นผู้ดูแลเด็กชั้นกลาง มีหน้าที่คอยพัฒนาทั้งร่างกาย จิตใจและปัญญาให้สมบูรณ์ ต้องอดทนดูแลเด็กๆ ด้วยความรัก พวกเด็กๆ ชอบเรียกฉันว่า "คุณแม่หลิน" ปกติฉันจะปฏิบัติต่อเด็กๆ เหมือนเป็นลูกของฉันเลยทีเดียว


(เกิดอุบัติเหตุ )

ขณะที่จะไปทัศนศึกษาที่สวนสัตว์ รถทัศนาจรก็ได้เกิดเพลิงลุกขึ้น ฉันไม่ห่วงชีวิตตนเอง ได้กระโจนเข้าไปท่ามกลางเปลวไฟ เพื่อช่วยชีวิตเด็กๆ ตอนนั้นฉันได้ละทิ้งโอกาสที่จะหลบภัย เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ ในใจคิดแต่จะช่วยเด็ก ๆ เป็นเรื่องสำคัญในขณะนั้น.... จิตจึงมีอานุภาพยิ่งใหญ่ จึงเกิดพละกำลังกล้าหาญ ถีบกระจกทน้าต่างรถจนแตก แล้วส่งเด็กๆ ซึ่งกำลังร้องเรียกหาพ่อหาแม่ร้องไห้ระงมไปหมด ให้ออกทางหน้าต่างออกมาทีละคน ๆ ขณะที่ไฟกำลังโหมลุกท่วมรถอยู่นั้น ฉันก็ได้รีบใช้ตัวกันไฟให้เด็ก ๆ ฉันคิดว่าฉันมีภาระหน้าที่ปกป้องพวกเขา ด้วยเพราะหนีออกมาไม่ทันเสียแล้ว ฉันกับเด็ก ๆ ที่เหลือรวมทั้งผู้ปกครองบางคนที่ยังติดอยู่ในรถ จึงถูกไฟคอกตายทั้งหมด

โอ้... ฟ้าไม่อาจคาดคะเนลมและเมฆได้ มนุษย์ก็มีโชค และเคราะห์ได้ไม่ว่ากลางวัน หรือกลางคืน ตอนเริ่มออกเดินทางทุกคนยังดีใจกันอยู่ จะคาดเดาได้อย่างไรว่าเคราะห์ภัยจะมาถึงตัว ฉันอายุเพียง 32 ปี ก็ต้องจากโลกไป จะไม่ให้คนผมหงอกที่เป็นพ่อแม่ ต้องปวคร้าวใจอาลัยอาวรณ์คนผมดำได้อย่างไร แต่ว่าฉันได้อุทิศตนเพื่อช่วยชีวิตคน ก็รู้สึกคุ้มค่าที่เกิดมาแล้ว พวกเราตายกันทั้งหมด 23 ชีวิต


( ชีวิตหลังความตาย )

ภายหลังการตาย วิญญาณที่ได้หลุดจากกายเนื้อที่ถูกไฟเผา พวกเด็ก ๆ ในตอนนั้น ยังไม่รู้ว่าตนเองนั้นได้ตายแล้ว พวกเขาได้เห็นร่างกายของตนเองถูกไฟเผา จึงรู้สึกตกใจกลัว แล้วก็ร้องไห้ หมดโอกาสที่จะกลับเข้าร่างได้อีกแล้ว อีกทั้งยังร้องเรียกหาพ่อหาแม่ เด็ก ๆ ร้องไห้อย่างน่าเวทนายิ่ง ฉันกับผู้ปกครองเด็กอีก 2 คน ซึ่งตอนมีชีวิตอยู่ ก็ไม่เคยศึกษาธรรมะ เพราะฉะนั้นก็ยังอาลัยอาวรณ์อยู่กับกายเนื้ออยู่ จึงโศกเศร้าและหวาดกลัวต่อการตายในครั้งนี้

ในขณะนั้นมีพนักงานดับเพลิง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ข้าราชการท้องที่ และหน่วยบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ ค่อยทยอยกันมาถึงที่เกิดเหตุ และยังมีประชาชนที่มามุงดูสภาพการตาย ที่น่าเวทนา จนรู้สึกเจ็บปวดใจ แต่พวกเขาไม่ได้ยินเสียงเรียกของพวกเราเลย

ในสถานที่เกิดเหตุ จะเห็นวิญญาณเจ้ากรรมนายเวร และพวกยมทูต ซึ่งกำลังจะมาลากพวกเราไปเมืองนรก เมื่อตรวจผลบุญผลกรรมพวกเรา 23 ดวงวิญญาณ ต่างก็มีหนี้กรรม บ้างก็มีเทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มาช่วย ในเคราะห์ภัยครั้งหนึ่งต้องมีใครตายบ้าง ในชะตาชีวิตล้วนมีลิขิตไว้ แม้แต่เด็ก ๆ ก็เป็นเวไนยสัตว์ทีมีกรรม พวกเขาได้สั่งสมวิบากกรรมไว้ ซึ่งรอคอยโอกาสที่จะมาตอบสนอง พูดขึ้นมาแล้วยังมีผู้ปกครองบางคนไม่ยอมรับในจุดนี้

ตอนมีชีวิตอยู่ ฉันไม่ค่อยเข้าใจเรื่องเหล่านี้นัก เมื่อตายแล้ววิญญาณไม่อยู่กับกาย หลุดออกจากกายเนื้อที่ขัดขวาง จึงได้เห็นสภาพของโลกวิญญาณ

ไฟที่ลุกท่วมอย่างรุนแรง และรวดเร็วครั้งนี้ ก็เกิดจากวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรเหล่านี้ ช่วยกระพือให้ไฟลุกไหม้เร็วขึ้น จึงทำให้พวกเราหนีไม่พ้น ควันที่หนาทึบก็ทำให้คนที่อยู่นอกรถ หมดโอกาสที่จะเข้าช่วยเหลือคนที่ติดอยู่ในรถได้ จึงทำให้พวกเราเสียชีวิตท่ามกลางทะเลเพลิง เอาชีวิตชดใช้หนี้กรรมไป


( พวกเขาได้เห็นอะไรกันบ้าง )

ในขณะนั้น ก็มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลงมาช่วยเหลือ มีอยู่องค์หนึ่ง คือ พระพุทธจี้กง ขณะนั้นพวกเราที่ตายไป มีอาการประหวั่นพรั่นพรึงหมดที่พึ่ง กำลังหวาดกลัวบรรดายมฑูต และเจ้ากรรมนายเวร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านทรงเมตตาต่อพวกเรามาก ท่านได้พูดกับเหล่าเจ้ากรรมนายเวรนั้น ยมฑูตก็ได้นำพวกเราไปจากที่นั่น วิญญาณไม่ค่อยดีนัก ก็จะถูกสิ่งศักดิ์สิทธิ์นำจากไป

แต่มีอยู่องค์หนึ่ง....  ที่เคยเห็นในจอทีวี คือ พระพุทธจี้กง ก็มาพูดกับฉันว่า ท่านรู้ว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่ ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าตนเองเป็นอย่างไร และก็ฟังไม่สู้เข้าใจในคำพูดของท่าน เหมือนกับว่าท่านพูดว่า ท่านไร้รูปลักษณ์แต่ชาวโลกคิดว่าท่านมีลักษณะอย่างนี้ ท่านจึงปรากฏให้เห็นในรูปลักษณะอย่างนั้น เพื่อให้พวกเราจะได้รู้ว่าท่านเป็นพระพุทธจี้กงอย่างที่ชาวโลกรู้จัก

ท่านบอกว่า " ฉันได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปลักษณ์ " ท่านเห็นว่า ในใจฉันห่วงใยถึงบ้านและเรื่องอื่นๆ ใจฉันกำลังว้าวุ่นกระวนกระวาย ฉันฟังไม่ค่อยเข้าใจในคำพูดของท่าน ท่านเลยไม่พูดต่อ... ท่านเห็นว่าฉันมีความกตัญญูต่อพ่อแม่ ได้ชื่อว่าเป็นลูกที่ดี เป็นเพราะฐานะครอบครัวมีเศรษฐกิจไม่ดีนัก จึงอดทนทำงานมาจุนเจือครอบครัวอย่างจริงใจ จึงไม่ได้แต่งงาน

ในการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ ฉันเป็นผู้กล้าหาญช่วยชีวิตคน ท่านบอกว่า การที่ฉันได้มาสอนหนังสือเด็กอนุบาลนั้น เพราะมีกรรมสัมพันธ์กัน แล้วกาลเวลาแห่งกรรมร่วมมันได้ที่แล้ว จึงได้รับเคราะพ์ภัยร่วมกัน โดยไม่แบ่งแยกอายุขัย

แต่ละคน ชะตาชีวิตจะมีผ่านเคราะห์กรรม ถึงแม้ว่าตอนนี้ฉันจะผ่านพ้นเคราะห์ครั้งนี้ไปได้ แต่ฉันก็ยังมีอายุยืนยาวต่อไปได้อีกนิดหน่อย ด้วยเพราะฉันมีกุศลจิตช่วยเหลือเด็กๆ จนเอาชีวิตไม่รอด ถึงแม้จะไม่พ้นเคราะห์กรรม แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านว่า... การอุทิศชีวิตเพื่อช่วยเหลือคน มีบุญกุศลมาก


( วิญญาณออกจากร่าง )

ก่อนที่คนจะตาย ชั่วขณะจิตที่มีกุศลและอกุศลจับจิตอยู่นั้น สำคัญมาก พลังจิตจะสูงมาก วิญญาณจะสามารถผ่านทะลุขึ้นไปสู่สวรรค์ได้ ถ้าพลังจิตอ่อนแอ ก็จะถูกแรงกรรมดึงลงสู่นรก สู่การรับโทษ

ท่านว่าสังคมที่เห็นแก่ประโยชน์เช่นปัจจุบันนี้ คนที่ยอมสละตนเพื่อผู้อื่นอย่างฉันนี้ ได้สร้างแรงสะท้อนอย่างใหญ่หลวง จนกระทั่งผู้มีแรงศรัทธาในวงสังคม ล้วนนำเอาเหตุการณ์ครั้งนี้มาเป็นหัวข้อ ในการรณรงค์กล่อมเกลามวลชน เพื่อเผยแพร่ความรักอันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษย์ชาติ

ท่านพระพุทธจี้กงกล่าวว่า...  การณ์ครั้งนี้ฉันทำได้อย่างดีเยี่ยม แต่เป็นเพราะยังไม่เคยรับวิถีธรรม วิญญาณจึงไม่ได้ออกทางญาณทวาร จึงยังต้องไปเวียนว่ายตายเกิดอีก

โชคดีที่ขณะนี้ ทางโลกกำลังมีการโปรดเวไนยสัตว์ทั้ง 3 ภพอยู่ ท่านบอกฉันว่า วันหลังถ้าเบื้องบนอนุญาตให้โอกาสแก่ฉัน ได้ขอยืมกายมนุษย์เพื่อไปเกื้อหนุนกล่อมเกลา ช่วยเหลืองานธรรม มีบุญกุศลจากการช่วยเหลืองานธรรมแล้ว ก็จะมีโอกาสมาขอรับวิถีธรรมได้ ตอนนั้นฉันก็ยังไม่เข้าใจเรื่องการถ่ายทอดวิถีธรรม ฉันไม่เข้าใจคำพูดของท่านที่ว่า ให้ยืมกายเนื้อมาปรากฏได้ว่าคืออะไร

ท่านยังบอกต่อไปว่า ฉันเป็นเพียงปุถุชนธรรมดาที่ผ่านชีวิตไปชาติหนึ่ง เมื่อตายไปแล้วก็เป็นวิญญาณที่ดีไนยมโลกเท่านั้น เป็นเพราะการอุทิศชีวิตเพื่อคนอื่นในครั้งนี้ มีผลกระทบไม่น้อยเลย ได้สร้างสรรค์ให้ผู้มีคุณธรรมเกิดความกล้า ที่จะจรรโลงความดีงาม และให้ผู้รับผิดชอบหาทางป้องกัน ไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมในอนาคตอีกด้วย

ผลกระทบโดยตรงในครั้งนี้ มีผู้คนจำนวนมาก ได้สรรเสริญการกระทำครั้งนี้ของฉัน ทั้งยังต้องการเจริญรอยตามเพราะความดีงามเช่นนี้ จึงสามารถนำมาสั่งสอนกล่อมเกลาชาวโลก ให้รู้จักการอุทิศเพื่อสังคม เพราะฉะนั้น สิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงลงมานำวิญญาณขึ้นสู่เทวภูมิ

โดยเฉพาะมีอยู่ท่านหนึ่ง มีลักษณะเหมือนท่านกวนอู สิ่งศักดิ์สิทธิ์บอกว่าท่านคือ องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ ท่านมีลักษณะสง่างามน่าเกรงขาม ท่านได้จดผลบุญผลกรรมของฉัน ท่านบอกว่า การตายครั้งนี้ของฉัน ตายอย่างมีคุณค่า สามารถเป็นวีรสตรีแห่งเทวภูมิได้ ท่านอนุญาติให้ฉันอยู่ในเทวภูมินี้ได้ 500 ปี แล้วรอหาโอกาสขอรับวิถีธรรมภายหลัง

เมื่อฉันตายแล้ว ฉันจึงรู้ว่าโลกวิญญาณนี้อัศจรรย์นัก ขณะที่คนยังมีชีวิตอยู่ พื้นฐานจิตจะดี หรือชั่ว ตนเองเท่านั้นที่รู้ แต่นี่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ทั้งผี ทั้งเจ้า ต่างรู้หมด พุทธานุภาพไร้ขอบเขตเสียจริง ๆ ท่านได้บันทึกควาดี-ความชั่วที่เราได้ก่อขึ้นอย่างชัดเจน เพื่อตอบแทนความดี-ความชั่ว และเป็นเชื่อในการเวียนว่ายตายเกิดของครั้งต่อไป

ท่านได้มาชี้แนะฉันให้เข้าใจ แต่หลักธรรมอื่น ๆ อีกมากฉันยังไม่เข้าใจนัก เพราะขณะที่ฉันมีชีวิตอยู่นั้น ฉันเป็นปุถุชนคนธรรมดา ไม่เหมือนท่านทรงคุณทั้งหลายในที่นี้ ที่มีธรรมสัมพันธ์ดีอย่างนั้น ได้มีโอกาสมาศึกษาสัจธรรม ทั้งยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลงมาประทับทรง ช่วยสั่งสอนชี้แนะอีกด้วย

ฉันขณะมีชีวิต ก็สัมผัสแต่ธรรมเนียมโลก ผ่านชีวิตไปชาติหนึ่งเท่านั้น เพราะฉะนั้น หลักธรรมมากมายฉันจึงยังไมค่อยเข้าใจ สิ่งสักดิ์สิทธิ์ต้องการถ่ายทอดวิถีธรรม และให้โอกาสแก่วิญญาณฉัน ได้รับวิถีธรรมเร็วขึ้น จึงได้ช่วยร้องขอเบื้องบนให้โอกาสฉัน เบื้องบนก็เมตตามาก จึงอาศัยโอกาสประชุมธรรมในวันนี้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทานได้พาฉันมาปรากฏที่นี่ ทั้งยังแนะให้ฉันเล่าถึงจิตตนเอง และประสบการณ์ภายหลังการตาย เพื่อเน้นการยืนยันว่า คนตายแล้ววิญญาณไม่ได้ดับสูญ เพื่อบอกคนให้รู้ว่า อยากรู้เพียงชาตินี้ชาติเดียวเท่านั้น คนที่มีชีวิตอยู่ถ้าไม่ได้รับการฉุดช่วย ไม่ได้บาเพ็ญธรรม เมื่อตายไปแล้ววิญญาณก็จะถูกวิบากกรรมที่ทำไว้พาไปเวียนว่ายตายเกิดอีก


( ความจริงปรากฏ หลังความตาย )

เมื่อฉันตายแล้ว วิญญาณฉันได้กลับไปเยี่ยมคนในบ้านพวกเราที่ตายไป ทั้งที่เป็นเด็ก และผู้ใหญ่ ได้มีผู้มาประกอบพิธีศพให้ ตามพิธีศาลนาที่มีการ เผากระดาษเงินกระดาษทอง มีการสวดมนต์ครบ 7 วัน แล้วทำพิธีคำนับศพ จากนั้นก็นำป้ายวิญญาณไปไว้ที่วัดเพื่อกราบไหว้บูชา

รู้ไหมว่าฉันอยู่ในเทวภูมิ ไม่ได้ใช้กระดาษเงินกระดาษทองหรอก พวกวิญญาณผีที่อยู่ในยมโลก ก็ไม่อาจใช้กระดาษเงินกระดาษทองของทางโลกได้ เพียงแต่วิญญาณผีได้อาศัยไอ ของการเผากระดาษเงิน กระดาษทอง มากล่อมเกลาไอของยมโลกเท่านั้น ตลอดจนการสวดมนต์ครบ 7 วัน พวกเราทางโลก ก็สามารถได้รับบุญกุศลมากบ้าง น้อยบ้าง แต่บุญกุศลเหล่านี้ พวกเราทางยมโลกได้รับบ้างเล็กน้อย แต่ไม่มีประโยชน์กว้างไกลถึงเวไนยสัตว์อื่น ๆ

ท่านได้บอกว่า คนที่อยู่ทางโลก ถ้านำเงินมาสร้างบุญกุศลในนามของผู้วายชนม์ แล้วอุทิศไปให้ โดยเฉพาะเงินที่ใช้ไปโปรดวิญญาณเหล่าเวไนยสัตว์ทั้ง 3 ภพ ให้หลุดพ้นจากการเกิดการดับแล้ว บุญกุศลที่ได้นั้นจะช่วยผู้วายชนม์ได้มาก

ท่านยังได้อธิบายถึงการโปรดเวไนยสัตว์ 3 ภพ ว่าคืออย่างไร ? ท่านบอกฉันว่า ก่อนรับวิถีธรรมถ้ามีโอกาสมาช่วยงานธรรมแล้ว ก็สามารถที่จะมาฟังการบรรยายธรรมยังสถานธรรมได้ จะได้เข้าใจถึงการโปรดเวไนยสัตว์ 3 ภพ เป็นอย่างไรฉันรู้สึกซาบซึ่งในพระคุณของเบื้องบนมาก

คนในโลกต้องการโปรดผู้วายชนม์นั้น เพราะรู้ว่า ดวงวิญญาณยังมีอยู่ และหวังให้วิญญาณผู้ตายไม่ต้องไปรับทุกข์ ท่านบอกว่าโลกมนุษย์คือ ทะเลทุกข์ ต้องหยุดการเกิด การตายเท่านั้นจึงจะสามารถหลุดพ้นจากวัฏฏสงสาร

พวกเราไม่รู้ว่าเกิดมาแล้วกี่ชาติ ได้สั่งสมเวรกรรมมาแล้วไม่รู้สักเท่าไหร่ เราอาจได้รับเคราะห์ภัยได้ทุกขณะ ในชีวิตจะได้รับเคราะห์ภัยเมื่อไหร่ เราไม่มีโอกาสรู้ การตายจึงเป็นเคราะห์ใหญ่ของมนุษย์ แล้วเคราะห์อื่น ๆ มากบ้างน้อยบ้างไม่รู้สักเท่าไหร่

ตัวอย่างที่ฉันกับเด็ก ๆ และผู้ปกครอง ที่ประสบเคราะห์กรรมในคราวนี้ ถูกไฟไล่ต้อนไปที่ท้ายรถจนหมดทางหนีถูกไฟเผาทั้งเป็น คิดแล้วก็เหมือนชาวโลกที่กำลังฆ่าสัตว์ ไล่ต้อนสัตว์ไปจนมุมแล้วจับมัน ต้มน้ำเดือดๆ นำไปลวก บ้างก็ใช้ไฟเผา ทำให้พวกมันตายอย่างเจ็บปวดทรมาน ท่านบอกว่า ชาวโลกได้สร้างกรรมที่ไม่ดีไว้ จึงได้รับกรรมตอบสนองอย่างเช่น เกิดอุบัติเหตุจนบาดเจ็บล้มตาย ภัยจากสงคราม ล้วนมีความสัมพันธ์จากกรรมที่ก่อไว้ในโลกทั้งลิ้น ยกเว้นแต่สามารถประกอบการกุศล ดำรงคุณธรรมเพี่อต้านกับแรงกรรม มิฉะนั้นแล้ว ก็กลับมาเป็นคนอีก ซึ่งส่วนใหญ่จะได้รับทุกข์มากกว่าสุข ถ้าหากไม่ยากแสดงละครหมุนเวียนอีก ก็ต้องบำเพ็ญธรรม บำเพ็ญจริง เพื่อชำระเวรกรรมให้หมด วิญญาณต้องสะอาดหมดจด จึงสามารถหลุดพ้นได้

เบื้องบนต้องการฉุดช่วยมนุษย์ให้พ้นจากเคราะห์ภัย จึงประทานมหาธรรมปกโปรด ฉันได้เห็นเหล่าวิญญาณในโลกวิญญาณมากมาย ทั้งผี ทั้งเจ้า ล้วนไม่ว่าง ฉันจึงถามท่านว่า ทำไมพวกวิญญานจึงวุ่นกันนัก ท่านบอกว่ายังมีอีกหลายอย่างที่ฉันไม่รู้


( ปฏิบัติงานฟ้า มรรคผลยิ่งใหญ่ ช่วยเวไนย์กลับคีน )

ตอนนี้กาลเวลากำลังเปลี่ยนแปลง เคราะห์ภัยมีมากมาย เหล่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทพเจ้า ผีทั้งหลาย กำลังช่วยงานธรรม สิ่งศักดิ์สิทธิ์กำลังฉุดช่วยผู้มีบุญสัมพันธ์ พวกผีพวกเจ้าจำนวนมากที่กำลังช่วยงานธรรม ต้องการที่จะหลบเคราะห์ภัย เพื่อพ้นจากสภาพวิญญาณพเนจรที่น่าสมเพช !

ฉันตายไปแล้วจึงได้เห็นเหล่าเวไนย์ กำลังได้รับทุกข์ ชาวโลกล้วนรู้ว่าชีวิตเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งนัก ทั้งรู้ด้วยว่า การช่วยชีวิตคนนั้นร้อนรนมาก ท่านรู้ไหมว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยช่วยวิญญาณเหล่าเวไนยสัตว์ ยิ่งร้อนรนกว่าเสียอีก กลัวว่าจะช่วยไม่ทัน เวไนยสัตว์จำนวนมาก เมื่อพบกับเคราะห์ภัยแล้วจะกลายเป็นวิญญาณพเนจรไป

ฉันได้ยินคำว่า "วิญญาณพเนจร" แล้วรู้สึกน่ากลัวมาก ฉันไม่อาจเข้าใจได้ถึงคำพูดของท่านว่า สภาพของมหาเคราะห์วินาศภัย แต่สิ่งที่ฉันได้เห็นหลังจากตายแล้ว ฉันเชื่อว่าสิ่งที่ท่านพูดจะเป็นความจริงยิ่ง ๆ ขึ้น ชาวโลกต่างก็รู้ดีว่า เคราะหภัยต่างๆ เช่น อุบัติเหตุทางเรือ ทางอากาศ ทางรถ นอกจากนี้ยังมีอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย และแผ่นดินไหว ปีหนึ่งเพิ่มขึ้นมากมายไม่รู้จักหมดลิ้น ขณะนี้ช่างเป็นวาระแห่งภัยพิบัตเสียจริง ๆ

ขณะฉันมีชีวิตอยู่ ฉันได้ใช้ร่างกายของฉันช่วยปกป้องเด็ก ๆ บนรถ แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านกำลังช่วยเวไนยสัตว์ที่มีคุณธรรม พวกท่านได้ช่วยวิญญาณเวไนยสัตว์ให้พ้นทุกข์พ้นภัย เมื่อฉันเทียบกับท่านแล้ว ยังห่างไกลกันมากนัก ท่านเมตตาสละตนเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น จึงยิ่งใหญ่กว่าฉันมากมาย ฉันเพียงช่วยคนไม่กี่คน พวกท่านต่างช่วยเหล่าเวไนยสัตว์อย่างขะมักเขม้น

การที่ชาตินี้ฉันได้สำแดงความรักช่วยผู้คน ฉันได้รับการยกย่องสรรเสริญ การกระทำของฉัน ได้รับการกล่าวขวัญ แล้วเหล่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ฉุดช่วยเวไนยสัตว์มาไม่รู้กี่ชาติ ไม่รู้ว่าได้ช่วยวิญญาณเหล่าเวไนยสัตว์มากสักเท่าไหร่แล้ว พวกท่านยิ่งใหญ่ต่อการฉุดช่วยโลกมาก ถึงแม้ว่ากาลสมัยของพวกท่านจะห่างไกลจากพวกเรามาก แต่ก็ยังคงได้รับการสดุดี และกราบไหว้บูชา จากชาวโลกมาโดยตลอด

คุณความดีของท่านจารึกไว้ในโลกตลอดกาล เหนือกว่าฉันที่ได้รับการยกย่องในชาตินี้เพียงประเดี๋ยวเดียว ความรักอันยิ่งใหญ่ของท่าน มากกว่าความรักของมนุษย์มากมายนัก


( ขอรับวิถีธรรมเป็นเรื่องยาก )

ตอนนี้ฉันไม่มีกายเนื้อแล้ว สิ่งศักดิ์สิทธิ์บอกว่า คนทีไม่มีกายเนื้อ พอจะขอรับวิถีธรรมนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ความสำคัญของมหาธรรมก็อยู่ที่ว่า วิญญาณไม่มีกายเนื้อซึ่งจะต้องไปเวียนว่ายตายเกิด แล้วยังสามารถได้รับโอกาส ให้รับวิถีธรรมได้ พระคุณฟ้ายิ่งใหญ่นัก เสียดายที่ขณะมีชีวิต ไม่เคยบำเพ็ญ เมื่อตายไปแล้ว จะอาศัยคนอื่นสวดมนต์ไปให้ ยังไม่พอที่จะหลุดพ้น

สิ่งศักดิ์สิทธิ์บอกว่า เชิญคนมาสวดมนต์ให้กับผู้วายชนม์นั้น รู้ไหมว่าผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุดก็คือ คนสวด ผู้ตายขณะที่มีชีวิตยังหลงอยู่ บำเพ็ญไม่พอ คนอื่นสวดมนต์ช่วยเขา ก็มีจำกัด แต่ละคนที่สั่งสมเวรกรรมมา ถ้าไม่ได้อาศัยตนเองบำเพ็ญแล้ว ก็ยังต้องจมปลักอยู่ในความหลงงมงายอยู่นั่นเอง

เพราะฉะนั้น เป็นคนขณะมีกายเนื้อ ถ้าได้รับวิถีธรรมแล้ว บำเพ็ญจริงตามหลักธรรม ดีที่สุด ครั้งนี้ได้รับพระมหากรุณาจากเบื้องบน ก่อนตาย เวไนยสัตว์ที่ยังไม่ได้รับวิถีธรรม หากเป็นคนดี ก็ยังมีโอกาสให้วิญญาณได้รับวิถีธรรม เพื่อพ้นทุกข์ วันนี้ฉันได้โอกาสมาปรากฏ ท่ามกลางประชุมธรรมนี้ เพื่อพูดให้กระจ่างทั้งหมด ก็เพื่อที่วิญญาณฉันได้รับวิถีธรรมจ ะได้หลุดพ้น ฟ้าเบื้องบนยังอนุญาตให้ฉันได้ทำงาน ช่วยงานธรรมอีกระยะหนึ่ง คนทั่วไปมักปลงไม่ตก ในสายสัมพันธ์กับสิ่งธรรมดาโลกทั้งหลาย หวังว่าพวกท่านจะสามารถมองเห็นโลกมนุษย์ ว่าเป็นภาพมายา อย่าได้อาลัยอาวรณ์ รีบๆ มาบำเพ็ญให้หลุดพ้นความทุกข์จากโลก คุณค่าของชีวิตอยู่ที่ประโยชน์ของสังคม ให้เหมือนดั่งเทียนไขที่เผาตัวเอง เพื่อให้ความสว่างแก่ผู้อื่น

ทุกคนควรแสดงสปิริตของการอุทิศ คนที่ยังมีชีวิตควรมีไจเมตตาธรรม รับภาระในการฉุดช่วยคน ให้ความสำคัญกับงานศักดิ์สิทธิ์กว่างานอื่นๆ เอาพลังสังคมมาช่วยงานธรรม เชื่อแน่ว่าจะสามารถช่วยให้มหาธรรมแผ่ขยายได้รวดเร็ว

ฉันเมื่อมีชีวิตอยู่เป็นอาจารย์คนหนึ่ง แต่มีความกล้าหาญอุทิศตนเพื่อช่วยชีวิตคน เมื่อตายแล้วได้เป็นอาจารยตัวอย่าง ที่จริงแล้วฉันไม่กล้ารับเกียรติอันนี้หรอก เพราะฉันคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ฉันควรทำ สปิริตในการอุทิศตนของเทพพุทธะอริยเจ้าทั้งหลาย ที่สังสอนกล่อมเกลาผู้คนนั้นสิ จึงเป็นสิ่งที่ชาวโลกพึงเจริญรอยตาม

คิดถึงตอนที่เกิดอุบัติเหตุใหม่ ๆ เพราะทนต่อการร้องโหยหวนของเด็ก ๆ ไม่ไหว จึงฝ่าเปลวเพลิงกลับเข้าไปช่วยอีก เหมือนกับแม่ที่จะช่วยเหลือลูกที่กำลังตกอยู่ในอันตราย จึงทำให้ลืมนึกถึงตนเองว่าจะมีชีวิตรอดออกมาหรือไม่

ปัจจุบันคนจำนวนมากได้รับภัยพิบัติไม่ได้ตายดี ไม่มีปัญญาก็หลบไม่พ้นเคราะห์ภัย ชีวิตคนบอบบางนัก เกรงว่าเมื่อเคราะห์ภัยใหญ่มาถึง คนที่ไม่ได้บำเพ็ญ คงยากจะช่วยเหลือ

เพราะฉะนั้น จึงหวังให้ชาวโลกรีบ ๆ มาบำเพ็ญธรรมโปรดคน ยังจะได้หลบพ้นเคราะห์ภัยด้วย คนที่เป็นอาจารย์....ควรที่จะสั่งสอนเด็ก ๆ ซึ่งเป็นอนาคตของชาติให้ฝึกหัดอย่างอริยเจ้า และดำรงคุณธรรม มีอุดมการณ์เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม อย่าเพียงแต่ให้ลูกศิษย์ สนใจแต่การแสวงหาความเจริญแต่ทางโลกเท่านั้น ฉันมีสปิริตอุทิศตนชั่วประเดี๋ยวเดียว ก็ยังได้ชื่อจารึกไว้ในแผ่นดิน
 

มูลนิธิปฐมธรรม เป็นองค์การสาธารณกุศล ลำดับที่ 482 ของประกาศกระทรวงการคลัง

Contact Us | Chongter Team © 2005 -