~ บอร์ดแมวเมา ~
19 เมษายน, 2014, 04:23:05 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: อยากจะฝากบอกบอททั้งหลายนะว่า แวะมาทิ้้งกระทู้ไว้ที่ป่าช้ามันเสียเวลาเปล่า นะจ๊ะ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ Blog เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Trans Fat - ไขมันอันตราย  (อ่าน 4368 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
LittleCat
มันคงเป็นความรัก
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1824


ที่ทำให้การรอคอย เป็นเรื่องง่ายดาย


เว็บไซต์
« เมื่อ: 08 พฤศจิกายน, 2007, 07:57:23 PM »


จาก FW Mail จ้ะ

โอรีโอ…อันตรายมาก
The Facts about (trans) Fat  :  ไขมันที่กินแล้วไม่อ้วน  แต่ กินแล้วตาย น่ากลัวกว่าไหม?

คุณรู้จัก  โอรีโอ  ดีแค่ไหน?   

http://www.pantip.com/cafe/food/topic/D4778435/D4778435.html

มีคุกกี้ชื่อดังยี่ห้อหนึ่ง  แค่ถูกฟ้องเป็นคดีอื้อฉาว  ใคร ๆ ก็เคยคุ้นเคยกินคุกกี้หน้าตาดำ ๆ  ไส้ครีมขาว ๆ  ใครหยิบคุกกี้ชนิดนี้มากิน 3 อัน  จะได้รับพลังงาน 160 แคลอรี่  ซึ่งบรรจุไว้ซึ่งไขมัน 7 กรัม  ข้างซองก่อนเก่าเขาระบุว่า 1.5 กรัมนั้น  ทำมาจากไขมันอิ่มตัว  ที่เหลือ อุอุ ไม่ยอมบอกว่าเป็นไขมันชนิดไหน  จนกระทั่งถูกจับได้ว่า แอบยัด trans fat เข้าไปซะ 5.5 กรัม

ปี 2006  มีกฎหมายควบคุมปริมาณ trans fat ออกมาใช้แล้ว  ในผลิตภัณฑ์อาหารใด ๆ มีการใช้ trans fat เป็นส่วนผสม  ต้องระบุจำนวนไว้อย่างเด่นชัด  ห้ามหลบซ่อน  หลอกผู้บริโภคให้หัวใจวายตายกันเป็นว่าเล่นอีกต่อไป

กรณีที่คุกกี้ดำ ๆ ถูกฟ้องร้องด้วยโทษฐานไม่บอกกันว่า ยัด trans fat ให้เด็ก ๆ กินเข้าไปเท่าไหร่  เพราะคุกกี้นี้เป็นที่นิยมกินกันมาก  ข่าวเขาเล่าว่าตั้งแต่มีการผลิตคุกกี้ชนิดนี้ออกมาขายเมื่อปี 1912  ขายไปแล้วกว่า 450 billion  ใครลองนับดูว่าตัวเองเผลอบริโภคคุกกี้ดำ ๆ นี้เข้าไปเท่าไหร่  (นั่นล่ะ trans fat ไปนอนรอนิ่ง ๆ  คอยบั่นทอนหัวใจให้ล้มเหลว  ไม่วันใดก็วันหนึ่งเข้าแล้ว)

 

trans fat  คืออะไร ???

เป็นไขมันจากพืชที่มนุษย์ผลิตขึ้นผ่านกระบวนการแปรรูปอาหาร  (ขบวนการผลิตค่อนข้างวิทยาศาสตร์ไว้ค่อยขยายความต่อไป)  ซึ่งขณะนี้งานวิจัยหลายฉบับ  สรุปว่า มันเป็นไขมันชนิดร้ายแรงที่สุด  คือ นอกจากจะไม่ให้ประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น  ยังไปทำลายไขมันดีที่ร่างกายสะสมไว้ใช้งานอีกด้วย  อาหารที่ขายอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตกว่า 40 เปอร์เซนต์อุดมไปด้วย trans  fat

ใครอยากรู้ไหมว่า อาหารประเภทไหนบ้าง  เรามีลิสต์จดเก็บไว้ดูเล่นหมดล่ะ  ถามว่าจะเผลอบริโภคเข้าปากไปได้จำนวนเท่าไหร่ถึงไม่ถือว่าอันตราย  ตอบได้ทันทีว่า ไม่ควรกินเลยแม้แต่กรัมเดียว  (ถ้าพลาดกินไปแค่ 1-2 กรัม/วัน  ก็ยังพอวางใจกันได้อยู่บ้าง)

ฉะนั้นการที่เจ้าของโครงการ Ban Trans Fat  ซึ่งเป็นท่านทนายเขาฟ้องร้องคุกกี้ดำ ๆ  ด้วยเหตุที่ว่าผู้ผลิตปิดบังข้อมูลที่เป็นอันตรายไว้  และผู้บริโภคซึ่งเป็นเด็กไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็บริโภคกันเข้าไปเท่าไหร่แล้วไม่รู้  คดีฟ้องร้องคุกกี้ชนิดนี้  ผู้ฟ้องร้องไม่ต้องการค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น  ไม่เรียกสักดอล์ลาร์หรือสักเซ็นต์เดียว  ขอเพียงแค่เจ้าของผู้ผลิตคุกกี้ดำ ๆ  คือบริษัท Kraft จะต้องเอา trans fat ออกจากคุกกี้ชนิดนี้ให้หมดสิ้นเท่านั้นเอง  และคดีนี้ "ชนะ" เปิดฉากการต่อสู้ให้เกิดกฎหมาย ban trans fat กันคึกคักในหลายประเทศขณะนี้  ผลิตภัณฑ์ที่หลายประเทศห้ามสั่งเข้ามาขาย  เพราะคือ trans fat ตัวร้ายกาจ  คือ Shortening หรือ Crisco  "เนยขาว"  ที่เอามาทำขนม นม เนย หวานอร่อย  เคลือบพิษไว้นั่นเอง  ยังมีอีกมาก  ข้อมูลโหด ๆ แบบนี้  เหอะ ๆ  ใครสนใจจะไปอ่านให้ "หัวใจสั่น" เพิ่มเติมอีกได้ที่ http://www.bantransfats.com

เมื่อคดี "คุกกี้ดำ" ชนะ  กฎหมายก็สั่งการให้มีการระบุ trans fat บนฉลากผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ทันที  และผลิตภัณฑ์บางชนิดถูกห้ามใช้ trans fat โดยเด็ดขาด  ฉะนั้นจึงทำให้ผู้บริโภคไม่ต้องขวัญผวากินอะไรไม่ได้อีกต่อไป  ทางเลือกที่จะทำให้เรารอดตาย  ก็เพิ่มสูงมากขึ้น  ทั้งนี้ ต้องขอบคุณคดี "คุกกี้ดำ"  (ทนายเขาใช้วิธี "เขียนเสือ  ให้วัวกลัว")  ทำให้คนหลายคนบนโลกได้ตื่นขึ้นมาพร้อมความจริงข้อใหม่ว่า เราไม่ควรประมาท มั่นใจในสิ่งที่เรากินเข้าไปทุกวัน  หากเราไม่ได้ปรุง ไม่ได้ทำมันกับมือตัวเอง


อะแฮ่ม  และไม่ว่าใครก็ตามที่โชคดีไม่เคยกินคุกกี้ดำมาก่อน  ก็ใช่ว่าจะรอดพ้นเจ้า trans fat นี้ได้ง่าย ๆ  เพราะว่า trans fat เป็นส่วนผสมมากมายอยู่ทั้งในขนม นม เนยที่มีมาร์การีนเป็นส่วนประกอบ และของทอดที่ต้องใช้น้ำมันทั้งหลายแหล่ 
ผลิตภัณฑ์อาหารที่เสี่ยงต่อ Trans fat  มีดังนี้เอย

- อาหารนอกบ้านที่ไปซื้อเขากิน  เราไม่รู้แน่ชัดว่าส่วนผสมเขาใช้อะไรบ้าง  ใช้เนยสด หรือใช้มาร์การีน หรือเนยเทียม  ใช้น้ำมันประเภทอะไร  ว่ากันว่าบรรดาอาหาร + ขนมไดเอททั้งหลายล้วนมี trans fat ผสมทั้งนั้น  กินแล้วไม่อ้วน ไขมันจุกตาย  แต่หัวใจสลาย เอ้ย ล้มเหลว  เพราะ trans fat แทน  (ตอนนี้มาแรงกว่าโรคใด ๆ)

- เค้ก บิสกิต คุกกี้ทุกชนิดที่ในสูตรมีเนยขาว ชอร์ทเทนนิ่งเป็นส่วนผสม  ล้วนอุดมไปด้วย trans fat

- พวกขนมกรุบกรอบ-ซองๆ  ของขบเคี้ยวกินเล่นทั้งหลาย  อาทิ พวกมันฝรั่ง  ต้องดูให้ดีว่าเขาใช้น้ำมันอะไรทอด  เพราะนั่นก็ที่มาของ trans fat เช่นกัน  (Frito Lay / Chee-tos / แครกเกอร์ไส้ชีส Ritz / ถั่วทอด ถั่วอบกรอบ  เสี่ยงปริมาณ trans fat ทั้งสิ้น)

- คอฟฟี่เมท ครีมเทียม วิปครีม  (ต้องเลือกดูตามฉลาก  แต่ละยี่ห้อว่าเขาใช้ส่วนผสมอะไร)

- Crouton / น้ำสลัดสำเร็จรูป

- dips สำเร็จรูปทั้งหลาย

- ผงเกรวี่สำเร็จรูป / ซอสมิกซ์ต่าง ๆ

- อาหารแช่แข็งแบบสำเร็จรูปที่เอามาอุ่นในไมโครเวฟแล้วกินได้เลย  (ก็เข้าข่าย)

- ซุปกระป๋อง / ซุปซองสำเร็จรูป / พีนัท บัตเตอร์ / ซีเรียลอาหารเช้า


อาหารที่แยกย่อยให้อ่านดูเหล่านี้ต่างมีมาร์การีน  น้ำมันเป็นส่วนผสม  หรือใช้ในการปรุง  เราไม่อาจรู้ได้เลยว่า เขาใช้น้ำมันอะไร  หากเขาไม่ระบุแน่ชัดบนฉลาก  อาจมี trans fat ผสมอยู่ได้ทั้งสิ้น  เพราะฉะนั้น ใครที่ไม่เคยกินคุกกี้ดำ  แต่เคยกินวิปครีม ไอศกรีม ครัวซอง พาย ทัพ ชีสเค้ก (ที่ใช้บิสกิต-คุกกี้ในส่วนที่เป็นครัสท์)  ก็อาจเสร็จ trans fat มาแล้วทั้งนั้น  พวกอาหาร fast food  อาหารอุตสาหกรรมโรงงาน  ขายด้วยปริมาณไม่เน้นคุณภาพ  ตายห้าห้าห้า  (หัวเราะก่อนตาย)  เขาล่อ trans fat มาให้เราเผลอกินโดยไม่รู้ตัวทั้งนั้น  เชื่อ/ไม่เชื่อไปดูตัวอย่างตารางเมนูอาหารที่ขายใน "แมคโดนัลด์" กันสิ  กดลิงค์ดูกันจะ ๆ 
http://www.mcdonalds.com/app_controller.nutrition.index1.html

ตะแคงหัวดูตรงส่วนที่เป็น trans fat สิว่า บิ๊ก-แมค  ชีสเบอร์เกอร์ 1 ชิ้น  มี trans fat ผสมอยู่เท่าไหร่

- เฟรนช์ฟรายขนาดใหญ่ 170 กรัม ... trans fat 8 กรัม

- พายแอปเปิ้ล 1 ชิ้น  77 กรัม ... trans fat 4.5 กรัม

- ไก่นักเก็ต 20 ชิ้น ... trans fat 5 กรัม


ข้อมูลที่เขาระบุไว้นี้  ไม่นานเท่าไหร่  เมื่อเดือน พ.ค. 2006 นี้เองนะ  นี่เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งของ trans fat  ตามร้านอาหาร (แค่แห่งเดียว)  ที่เรา ๆ อาจไม่เคยรู้มาก่อน  ยังมีร้านโดนัท  ร้านพิซซ่า  ร้านปอเปี๊ยะทอด  ร้านหมี่ผัด  take away chinese  ทั้งหลายแหล่ที่เคยตรวจเจอ trans fat มาแล้วทั้งนั้น


อธิบายเพิ่มเติม  ยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่เลยไหม?  แต่ไม่ต้องตกใจไปหรอก  น่าดีใจด้วยซ้ำที่ทนายเขาฟ้อง "คุกกี้ดำ" ชนะ  ตอนนี้ผลิตภัณฑ์อาหารและร้านอาหาร "แหลกร่วน" ทั้งหลาย  ถูกไล่ตรวจการใช้น้ำมัน-มาร์การีนในสินค้าว่ามี trans fat มากมายหรือไม่  ถ้าพบว่า มีมากมาย  ก็ต้องถูกเปลี่ยนและเลี่ยงไม่ให้ใช้ทันที  ที่สำคัญที่สุด หากไม่เปลี่ยนส่วนผสม  ยังคงใช้ trans fat ต่อไป  ก็ต้องระบุให้เห็นชัด ๆ  ห้ามปกปิดผู้บริโภคอีกต่อไป

ประเทศเดนมาร์กเป็นประเทศเดียวที่ออกกฎหมายห้ามใช้ trans fat ในผลิตภัณฑ์ทุกชนิด  แคนาดากำลังเดินหน้าปราบปราม trans fat  ลำดับต่อไปประเทศในยุโรปหลาย ๆ ประเทศกำลังเร่งผลิตกฎหมายออกมาควบคุม

ส่วนเมืองไทยคืบหน้าไปถึงไหนไม่ทราบได้  รู้แต่ว่า อาหาร-เบเกอรี่อุตสาหกรรมที่วางขายทั่วไป  ล้วนอุดมไปด้วย trans fat เกือบทั้งสิ้น  แม่บ้านคนหนึ่ง (ในอเมริกา)  เมื่อได้อ่านข้อมูล trans fat  เธอไปเปิดคัพบอร์ดในครัว  แล้วอ่านฉลากอย่างละเอียด  ของที่เธอหยิบออกมาวางบนโต๊ะในรูป  ล้วนมี trans fat ทั้งสิ้น...ดูซะให้เต็ม ๆ ตาว่า มันแฝงอยู่ในอาหารมากมายแค่ไหน  ที่อเมริกาปัญหานี้ใหญ่โตนัก  เพราะบริโภค fast food กันเป็นกิจวัตร  และอาหาร diet ทั้งหลายที่โฆษณาว่าเลี่ยงใช้ไขมันที่ไม่ทำให้อ้วน  ไม่เพิ่มแคลอรี่  แต่กลับอุดมไปด้วย trans fat  ซึ่งเป็นไขมันชนิดที่ร้ายแรงที่สุดไว้แทน


นี่คือคำอธิบาย  ไขมันทรานส์  ที่เราว่าเขียนอ่านง่ายที่สุดแล้ว  เอามาจากเว็บคุณหมอ thaiclinic  เคยเขียนตอบไว้  (trans = แปรสภาพ)  เป็นไขมันที่คนเราทำขึ้นเป็นส่วนใหญ่  ขบวนการสำคัญได้แก่ การเติมไฮโดรเจน (hydrogenation) ให้กับโมเลกุลของคาร์บอน  การเติมไฮโดรเจนทำให้น้ำมันเหลวแปรสภาพกลายเป็นน้ำมันข้นขึ้น  ขาวขึ้น  และละลายหรือปนกับน้ำได้ง่ายขึ้น  เก็บได้ง่ายที่อุณหภูมิห้อง  ไม่เสียง่าย  และเก็บได้นานขึ้น  คำกล่าวที่ว่า น้ำกับน้ำมันไม่มีวันเข้ากันได้  จะเปลี่ยนไปก็ตอนนี้เอง

ถ้านำน้ำมันมาเติมไฮโดรเจนเข้า  น้ำมันจะแขวนลอยในน้ำได้  เปรียบคล้ายสบู่ที่แขวนลอยอยู่ในน้ำได้  ครีมเทียมหรือคอฟฟี่เมตที่มีจำหน่ายประมาณครึ่งหนึ่งเป็นน้ำตาล  อีกครึ่งหนึ่งเป็นไขมันเติมไฮโดรเจนไปบางส่วน  ทำให้ไขมันบางส่วนแปรไปเป็นไขมันทรานส์



* ตัวอย่างไขมันทรานส์

ไขมันทรานส์พบมากในครีมเทียม (คอฟฟี่เมต)  เนยเทียม  ขนมปังกรอบ (crackers)  ขนมท้อฟฟี่  ขนมปังปิ้ง  คุกกี้  ขนมสำเร็จรูป  อาหารทอด  สลัดน้ำข้น  ฯลฯ

นอกจากนั้นการทำอาหารที่ใช้ความร้อนต่อเนื่องกันนาน ๆ  หรือน้ำมันทอดที่ใช้ซ้ำหลายครั้ง  เช่น กล้วยทอด มันทอด ฯลฯ  มีส่วนทำให้เกิดไขมันทรานส์ได้   การใช้น้ำมันจึงควรใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง  ส่วนที่เหลือต่อไปนี้  กฎหมายกำลังจะออกมาบังคับให้ทุกสินค้าต้องแจกแจง trans fat เป้ง ๆ  ห้ามปกปิดข้อมูลผู้บริโภคอีกต่อไป



ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Trans Fat
http://en.wikipedia.org/wiki/Trans_fat

(ทึ่งจริงๆ กับพี่วิกี้เนี่ย .. อิอิ)

Cis-fat คือไขมันตามธรรมชาติ ไม่อิ่มตัว ต้นทุนสูงในการผลิต
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.17 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF
[Hosting] [Domain] [SMF-Webboard] [Simple Machines Forum Thai] [Smf Support]
[โฮสต์] [โดเมน] [justusers.net]
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!